ทำความรู้จักพืชพันธุ์

ปลูกมะเขือเทศจากเมล็ดสำหรับมือใหม่ ฉบับสมบูรณ์

หลายคนที่เริ่มปลูกผักสวนครัวครั้งแรก มักเลือกมะเขือเทศเป็นด่านแรก เพราะดูเป็นพืชที่คุ้นตา หาซื้อกล้าสำเร็จรูปมาปลูกก็ได้ง่าย แต่พอลองเพาะจากเมล็ดเองดูบ้าง กลับรู้สึกว่ายากกว่าที่คิด บางคนหยอดเมล็ดแล้วไม่งอกเลย บางคนงอกดีแต่พอย้ายกล้าลงกระถางใหญ่กลับเหี่ยวตาย บางคนปลูกจนออกผลแล้วแต่กิ่งหักเพราะรับน้ำหนักลูกไม่ไหว ปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดจากขั้นตอนเล็ก ๆ ที่มือใหม่มักมองข้าม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจการปลูกมะเขือเทศจากเมล็ดตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งความลึกและระยะห่างในการหยอดเมล็ด ระยะเวลาที่เมล็ดใช้ในการงอก วิธีย้ายกล้าลงแปลงหรือกระถางใหญ่ การทำค้างหรือหลักค้ำยันต้น ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักเจอบ่อยที่สุด เพื่อให้ทุกคนที่อยากลองเพาะเมล็ดมะเขือเทศด้วยตัวเองมีแผนที่ชัดเจนตั้งแต่ก้าวแรก เตรียมเพาะเมล็ด ความลึกและระยะห่างที่เหมาะสม ก่อนหยอดเมล็ด แนะนำให้เตรียมถาดเพาะหรือกระถางเล็กที่มีรูระบายน้ำ ใส่วัสดุเพาะกล้าที่ร่วนซุย เช่น ดินผสมกาบมะพร้าวสับหรือพีทมอสผสมปุ๋ยหมัก เพราะมะเขือเทศต้องการดินที่ระบายน้ำดี ไม่แฉะจนรากเน่า หยอดเมล็ดลึกประมาณ 0.5-1 เซนติเมตรเท่านั้น ไม่ควรลึกเกินไปเพราะเมล็ดมะเขือเทศมีขนาดเล็ก อาหารสะสมภายในน้อย หากฝังลึกเกินไปต้นอ่อนอาจไม่มีแรงดันดันตัวขึ้นมาถึงผิวดิน ถ้าเพาะในถาดหลุม ให้เว้นระยะห่างระหว่างหลุมประมาณ 5 เซนติเมตร เพื่อให้รากแต่ละต้นมีพื้นที่พัฒนาโดยไม่แย่งอาหารกัน หลังหยอดเมล็ดแล้วรดน้ำให้ชุ่มแบบละอองฝอย ไม่ใช้แรงฉีดน้ำแรงเพราะจะทำให้เมล็ดเคลื่อนตำแหน่งหรือลอยขึ้นมา จากนั้นคลุมด้วยพลาสติกใสหรือฝาถาดเพาะเพื่อรักษาความชื้น วางในที่มีแสงรำไรและอุณหภูมิประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะกับการงอกของเมล็ดมะเขือเทศมากที่สุด ระยะเวลางอกและการดูแลต้นกล้าช่วงแรก โดยทั่วไปเมล็ดมะเขือเทศจะเริ่มงอกภายใน 5-10 วันหลังหยอดเมล็ด หากอุณหภูมิเหมาะสมและความชื้นสม่ำเสมอ อาจเห็นใบเลี้ยงคู่แรกโผล่พ้นดินได้เร็วสุดในวันที่ 5 แต่ถ้าอากาศเย็นกว่าปกติ อาจใช้เวลานานถึง […]

ปลูกมะเขือเทศจากเมล็ดสำหรับมือใหม่ ฉบับสมบูรณ์ Read More »

ทำไม “เมล็ดพันธุ์คุณภาพ” ถึงตัดสินผลผลิตทั้งแปลง

เคยไหมครับ ลงแรงพรวนดิน ผสมปุ๋ยหมัก รดน้ำทุกเช้าเย็นอย่างตั้งใจ แต่พอถึงเวลาต้นควรงอก กลับเห็นแค่ดินโล่ง ๆ ไม่มีใบเขียวโผล่ขึ้นมาสักต้น หรือโผล่มาบ้างแต่แคระแกร็น ไม่สม่ำเสมอ บางจุดหนาแน่น บางจุดว่างเปล่า หลายคนที่เจอแบบนี้มักโทษดิน โทษปุ๋ย โทษสภาพอากาศ ทั้งที่ต้นตอจริง ๆ อาจซ่อนอยู่ตั้งแต่ก่อนลงมือปลูกด้วยซ้ำ นั่นคือ “เมล็ดพันธุ์” ที่เราใช้ตั้งแต่แรก บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าอัตราการงอกคืออะไร มีผลต่อผลผลิตทั้งแปลงอย่างไร ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ดีเขาตรวจสอบคุณภาพกันแบบไหน สังเกตเมล็ดพันธุ์คุณภาพต่ำได้อย่างไรก่อนซื้อ และควรเก็บเมล็ดพันธุ์อย่างไรก่อนนำไปปลูกจริง เพื่อให้ทุกเมล็ดที่หยอดลงดินมีโอกาสเติบโตเป็นต้นที่แข็งแรงมากที่สุด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ 3A Seed ให้ความสำคัญกับการคัดสรรเมล็ดพันธุ์ในทุกหมวดที่จำหน่ายเป็นอันดับแรก อัตราการงอกคืออะไร ทำไมตัวเลขนี้ถึงสำคัญ อัตราการงอก (germination rate) คือเปอร์เซ็นต์ของเมล็ดพันธุ์ที่งอกขึ้นมาเป็นต้นกล้าได้จริง เมื่อเทียบกับจำนวนเมล็ดทั้งหมดที่ปลูก ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าเราหยอดเมล็ดผักบุ้ง 100 เมล็ด แล้วมีต้นงอกขึ้นมา 85 ต้น แสดงว่าอัตราการงอกอยู่ที่ 85% ยิ่งตัวเลขนี้สูง ยิ่งหมายความว่าเมล็ดที่เราซื้อมามีความสมบูรณ์ พร้อมเติบโตมากเท่านั้น ตัวเลขนี้สำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันส่งผลต่อการวางแผนทั้งแปลงตั้งแต่ต้น ถ้าเรารู้ว่าเมล็ดที่ใช้มีอัตราการงอกประมาณ 80-90%

ทำไม “เมล็ดพันธุ์คุณภาพ” ถึงตัดสินผลผลิตทั้งแปลง Read More »

เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อเอง ผักชนิดไหนทำได้ง่าย

เคยไหมครับ ปลูกผักได้ผลดีจนอยากเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อฤดูหน้า ไม่ต้องซื้อใหม่ ประหยัดเงิน แถมรู้สึกภูมิใจที่ได้ปลูกจาก “เมล็ดของเราเอง” การเก็บเมล็ดพันธุ์เองเป็นภูมิปัญญาที่เกษตรกรไทยทำกันมานาน แต่ความจริงคือผักบางชนิดเก็บแล้วได้ต้นเหมือนเดิมทุกประการ ในขณะที่บางชนิดเก็บไปก็ไม่คุ้ม เพราะต้นที่ได้จะกลายพันธุ์ไปเลย บทความนี้จะพาไปดูว่าผักชนิดไหนเก็บเมล็ดเองได้ง่าย ชนิดไหนไม่ควรเสี่ยง พร้อมวิธีตากและเก็บเมล็ดแบบพื้นบ้านที่ทำเองได้ที่บ้าน และท้ายบทความจะบอกตรงๆ ว่าเมื่อไหร่ที่การซื้อเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีจากร้านยังเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นฤดูปลูกใหม่ให้มั่นใจ 3A Seed ก็มีเมล็ดพันธุ์ผักหลากหลายชนิดให้เลือกเช่นกันครับ ผักแบบไหนเก็บเมล็ดเองได้ง่าย (ผักพันธุ์แท้) ผักที่เก็บเมล็ดแล้วได้ต้นรุ่นต่อไปเหมือนต้นแม่เกือบทุกประการ เรียกว่า “พันธุ์แท้” หรือ Open-Pollinated (OP) พูดง่ายๆ คือสายพันธุ์ที่นิ่งแล้ว ผสมเกสรกันเองตามธรรมชาติแล้วลูกยังคงลักษณะเดิม ผักกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นพืชที่ผสมเกสรตัวเองในดอกเดียวกัน โอกาสผสมข้ามสายพันธุ์จึงต่ำ ตัวอย่างผักที่เก็บเมล็ดเองได้ง่าย เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วพู ถั่วลันเตา มะเขือเปราะ มะเขือยาว พริกขี้หนูพื้นบ้าน ผักบุ้ง ผักกาดต่างๆ และกระเจี๊ยบเขียว พืชกลุ่มนี้แค่ปล่อยให้ฝักหรือผลแก่คาต้นจนสุกงอมเต็มที่ แล้วเก็บเมล็ดไปตากก็ใช้ปลูกต่อได้เลย ข้อควรระวังเล็กน้อยคือ พริกและมะเขือแม้จะผสมตัวเองเป็นหลัก แต่ก็มีแมลงช่วยผสมข้ามได้บ้าง ถ้าปลูกพริกหลายพันธุ์ใกล้กันในแปลงเดียว แนะนำให้เว้นระยะห่างกันสัก 3-5 เมตร หรือปลูกแยกโซน จะได้เมล็ดที่ตรงพันธุ์มากขึ้น ผักแบบไหนไม่ควรเก็บเมล็ดเอง

เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อเอง ผักชนิดไหนทำได้ง่าย Read More »